เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองประชาชนห่างไกล โควิด-19

            วันที่ 7 ต.ค.63 สถานการณ์ไวรัสโรคโควิด-19 ในมาเลเซีย เพื่อนบ้านทางใต้ของไทย กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง โดยวานนี้ นายแพทย์ นอร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์  อธิบดีกรมควบคุมโรคของมาเลเซีย แถลงว่า มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อพุ่งทำสถิติใหม่วันเดียว 691 ราย  ยอดติดเชื้อสะสมในมาเลเซียอยู่ที่  13,504 ราย หายป่วย 10,427 ยังรักษาตัว 2,936 ราย เสียชีวิตรวม 141 ราย โดยรัฐบาลมาเลเซียยังไม่มีแผนออกมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศแม้ยอดติดเชื้อพุ่งสูง แต่จะใช้มาตรการควบคุมการเดินทางมาใช้บางพื้นที่เท่านั้น ส่วนบรรยากาศด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ตรงข้ามกับด่านเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการร่วมประสานงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง จังหวัดยะลา  ได้ตรวจคัดกรองคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย ที่ลงทะเบียนเดินทางกลับประเทศ จำนวน 29 คน และตรวจคัดกรองงพนักงานขับรถและรถบรรทุกสินค้าจากประเทศมาเลเซียที่เข้าออกด่านเบตง เฉลี่ยวันละ 20-30 คัน ต่อวัน

           พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง  กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในมาเลเซีย น่าเป็นห่วงมาก และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพบการแพร่ระบาดภายในประเทศรอบใหม่ ที่รัฐซาบาห์ รัฐใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ทำให้ทางการมาเลเซียต้องประกาศเตือนประชาชนเตรียมรับมือกับการระบาดระลอกใหม่  ซึ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ติดกับประเทศมาเลเซียจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการร่วมประสานงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง  เพิ่มความเข้มในการคัดกรองคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย และเข้มงวดในการตรวจคัดกรองพนักงานขับรถและผู้ติดตามประจำรถบรรทุกสินค้าจากประเทศมาเลเซียที่เข้าออกด่านเบตง หลังจากพบการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 เพิ่มขึ้นของประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะ รัฐเคดาห์  รัฐเปรัค  และเมืองปีนัง  ที่มีระยะห่างจากด่านเปิงกาลันฮูลูที่ติดกับด่านพรมแดนเบตง เพียง 40 กิโลเมตรเท่านั้น  นอกจากนี้ได้กำชับให้ ทหารป้องกันชายแดน เพิ่มความเข้มงวด เฝ้าระวัง ป้องกันการเดินทางเข้าพื้นที่ของบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้มีการลักลอบเดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน ซึ่งหากพบกรณีดังกล่าว ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรการป้องกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเข้มงวด

          นางมัสซีน หญิงไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย เล่าว่า  สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในมาเลเซีย น่ากังวลมาก ตนได้แต่งงานกับสามีชาวมาเลเซีย มีลูกด้วยกัน 2 คน อาศัยอยู่บ้านสามีในรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่บ้าน จะออกไปหางานทำก็ไม่ได้เนื่องจากตนไม่มีวีซ่าการทำงาน  ซึ่งการออกจากบ้านแต่ละครั้งก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย หากไม่สวมจะถูกปรับ 1,000 ริงกิต หรือ 10,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่สถานกงสุลไทยในมาเลเซียนำถุงยังชีพมามอบให้ 2 ครั้ง จึงอยากขอความช่วยเหลือให้รัฐบาลไทย นำตนพร้อมลูกอีก 2 คน กลับประเทศไทย เนื่องจากตนไม่มีความมั่นใจ ต่อสถานการณ์การควบคุมการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ของประเทศมาเลเซีย

********************************

 204 total views,  3 views today