เฝ้าระวัง! ลักลอบเดินทางเข้าเมืองชายแดนไทย-มาเลย์ ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

            ตามที่นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มีนโยบายในการนำกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนร่วมปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากพบการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายทั้งคนไทย และบุคคลต่างสัญชาติซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการนำเชื้อไวรัสโควิด-19จากประเทศมาเลเซียมาแพร่ระบาดในราชอาณาจักร

            ทำให้ตลอดแนวพรมแดนประเทศไทย-มาเลเซีย ตั้งแต่พื้นที่อำเภอตากใบจนถึงอำเภอแว้ง จะมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 150 นาย จากกองร้อย อส.อำเภอทั้ง11 กองร้อยเข้าปฏิบัติการเพื่อเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ ในการป้องกันควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบโดยตรง

ทั้งนี้ได้มีการกำหนดจุดดังนี้ พื้นที่อำเภอตากใบจำนวน 4 จุด สั่งใช้กำลังพลจากกองร้อย อส.อำเภอตากใบ เมืองนราธิวาส ยี่งอและรือเสาะ จำนวน 50 นาย

พื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 3 จุด สั่งใช้กำลังพลจากกองร้อย อส.อำเภอสุไหงโก-ลก ระแงะ สุไหงปาดี และเจาะไอร้อง จำนวน 55 นาย

พื้นที่อำเภอแว้ง จำนวน 3 จุด สั่งใช้กำลังพลจากกองร้อย อส.อำเภอแว้ง บาเจาะ และศรีสาคร จำนวน 45 นาย

           สำหรับอำเภอสุคิรินและอำเภอจะแนะมีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาและพื้นที่สูง จึงสั่งใช้กำลังสมาชิก อส.ของกองร้อย อส.อำเภอทั้ง2 อำเภอตามจำนวนที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยการปฏิบัติงานจะอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมบังคับบัญชาของผู้บังคับกองร้อย อส.แห่งอำเภอท้องที่ ที่ปฏิบัติภารกิจและให้มีหน้าที่ปฏิบัติทางยุทธการตามที่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบกำหนด

            สำหรับพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก สมาชิกอาสารักษาดินแดนที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่ ได้ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายตามแนวพรมแดนประเทศไทย-มาเลเซียร่วมกับทหารชุดป้องกันชายแดนที่ 3 และทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 45 ,46, 48  ตลอด 24 ชั่วโมง

********************************

 327 total views,  3 views today