ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม จชต. “มอบรอยยิ้มในเดือนรอมฎอน”

 

 

วันที่ 8 เมษายน 2567 เวลา 18.00 น. พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในกิจกรรม “งานมอบรอยยิ้มในเดือนรอมฎอน” ประจำปี 2567 และเปิดมูลนิธิบารอกัต ณ สถาบันศึกษาปอเนาะดารุสซอลีฮีน บ้านปูลากาป๊ะ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมสำคัญทางศาสนาในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ พร้อมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน ไปจนถึงเยาวชนผู้ยากไร้ในสถาบันศึกษาปอเนาะของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้บริหารสถานศึกษา, ประธานมูลนิธิบารอกัต, ผู้นำศาสนา, โต๊ะครู และผู้เข้าร่วมละศีลอดในเดือนรอมฎอนฮิจเราะห์ศักราช 1445
โอกาสนี้ ประธานมูลนิธิบารอกัต กล่าวว่า หลังการเปิดมูลนิธิบารอกัตอย่างเป็นทางการ ทางมูลนิธิพร้อมเดินหน้าในการช่วยเหลือสังคม ให้บริการแก่พี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นที่พึ่งให้แก่เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ ผู้พิการ อีกทั้งพร้อมมอบความสุขให้กับทุกคนเป็นการต้อนรับวันฮารีรายออีกด้วย โดยภายในกิจกรรมมีพิธีมอบเงินซากาตให้กับเยาวชนผู้ยากไร้ จำนวน 500 คน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบใบรับรองการเปิดมูลนิธิบารอกัต และในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวพบปะพร้อมมอบงบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่ง เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือเยาวชนผู้ยากไร้ในสถาบันศึกษาปอเนาะในพื้นที่ ร่วมมอบอุปกรณ์สนับสนุนการประกอบอาชีพ และมอบจักรยานไฟฟ้าให้ผู้ป่วย เพื่อเป็นการบรรเทาความเรียบร้อยในเบื้องต้น ก่อนที่จะร่วมดูอาร์ (ขอพร) และร่วมละศีลอด (เปิดปอซอ) ร่วมกัน
โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวว่า วันนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาร่วมละศีลอดประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1445 มีความตั้งใจต้องการมาร่วมละศีลอดทุกพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในวันนี้พี่น้องมุสลิมได้ถือศีลอดเข้าสู่วันที่ 28 เหลืออีกไม่กี่วันก็จะครบห้วงเดือนรอมฎอน และต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ แม้ว่าในห้วงที่ผ่านมาจะมีเหตุความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาพื้นที่ให้ปลอดภัย เพื่อให้เดือนรอมฎอนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เจ้าหน้าที่และส่วนราชการพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ ผมขอความร่วมมือผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์ ชักชวนการทำความดี ละเว้นความชั่วทั้งปวง สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้ร่วมกันสร้างสังคมสันติสุขให้เป็นเดือนรอมฎอนสันติสุข ซึ่งเหลือเพียงไม่กี่วัน ปฏิเสธความรุนแรง และพร้อมให้การสนับสนุน และส่งเสริมอัตลักษณ์ความงดงามของคนในพื้นที่ ด้วยการแต่งกายชุดมลายู รวมถึงการประกวดซุ้มประตู ทั้งนี้ทุกกิจกรรมสามารถกระทำได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่ละเมิดหรือผิดกฎหมาย หรือปล่อยให้บุคคลที่สามมาทำกิจกรรมแอบแฝง ส่งผลกระทบความมั่นคง รวมถึงขอให้ผู้ปกครองให้ช่วยกันกำชับลูกหลาน งดซื้อการเล่นจุดประทัดและดอกไม้ไฟ เพราะก่อให้เกิดอันตราย โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดและดอกไม้ไฟหลายราย และเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักศาสนาผิดกฎหมายอีกด้วย
——————————-

 

 17,589 total views,  37 views today