เปิดมุงมอง โครงการ “จะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” (23/11/63)

              ตามที่สังคมได้ยินได้ฟังเรื่อง โครงการฯ จะนะ มาระยะหนึ่งแล้ว  หลายคนที่อ่านข้อมูล เริ่มสับสนว่า  “ตกลง…เรื่องราวที่แท้จริงนั้น เป็นยังไงกันแน่…” ด้วยสื่อทางโซเชียลมันรวดเร็ว และเป็นพื้นที่เปิดจึงทำให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับ “การพัฒนา” ในโครงการฯ จะนะ  เร่งสปีดต่อต้านโจมตีอย่างต่อเนื่อง  พอฝ่ายรัฐบาลพูดหรือทำอะไร ก็รีบออกโต้แย้งต่อต้านทันควัน จนทำให้คนรับข่าวสารบ้างก็คล้อยตาม บ้างก็มึน งง … สำหรับคนที่จะให้คำตอบในความรู้สึกแท้ๆ จากใจเกี่ยวกับการพัฒนาใน โครงการฯ จะนะ นั้น แน่นอนว่า  ต้องเป็นชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ตรงนั้นถึงจะให้คำตอบที่ถูกต้องแท้จริง…  แต่สิ่งที่สังคมได้เห็นคือ คนที่ออกตัวแรงเป็นแกนนำต่อต้าน โครงการฯ จะนะ ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอ หรือคุณๆ ที่ชอบอ้างวาทกรรม “อนุรักษ์” แท้จริงนั้น  คนต่างถิ่นเพ…   จากข้อมูลจริงในพื้นที่ อ.จะนะ พบว่า แท้จริง “ชาวจะนะ เห็นด้วยกับโครงการฯ…” เพราะมันคือการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเค้าที่อย่างน้อย “เงินมีจากงานตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการ”  ไม่ว่าจะเป็น  การรับสมัครงานของบริษัทที่เข้ามาก่อสร้างตามโครงการฯ ไล่เรียงไปจนถึงบรรดา “พ่อค้า แม่ขาย” ทั้งอาหารตามสั่ง ขายน้ำ ขายของชำ หรือจะขายโน่นนี่ มันขายได้ ชาวบ้านก็ย่อมแฮปปี้… แต่ทำไม โครงการฯ จะนะ ถึงยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่ม… ในแนวความคิดด้านการอนุรักษ์ การรักษาธรรมชาติ ได้ถูกนำมาเป็นประเด็นหลักในการต่อต้านโครงการฯ ผสมไปกับการชี้นำโดยเอาข้อมูลผลกระทบต่างๆ  ที่กลุ่มต่อต้านนำมาชูโรงโจมตีเพื่อไม่ให้ โครงการฯ จะนะ เกิดขึ้น และล่าสุด มีการนำเรื่อง “การศึกษา” เข้าไปยื่นสู่ คณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ  รัฐสภา พร้อมตีไข่โหมโรงออกเดินสายเร่จัดเวทีต่อต้านคู่ขนานไปพร้อมๆ กัน  จนเกิดคำถามว่า “สิ่งที่ทำนั้น… หวังดีกับชาวบ้านและประเทศชาติไทย จริงๆ หรือ?”   ในหลายพื้นที่ที่ได้รับ “การพัฒนา” แล้ว    จะเห็นได้ชัดว่าผลที่เกิดเป็นรูปธรรมก็คือ  “ชาวบ้าน… อยู่ดี กินดี มีเงินใช้”  จนหลายพื้นที่จาก “แผ่นดินแล้ง… กลับกลายเป็นพื้นที่ “เมือง” ที่หลายคนจากจังหวัดอื่นๆ หลั่งไหลย้ายเข้ามาหางานทำ  และ โครงการฯ จะนะ ก็เช่นเดียวกัน  ก่อนจะเกิดแนวคิด “โครงการฯ จะนะ” นี้ ภาครัฐต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่ละหน่วยงานต้องทำงานหนักเพื่อศึกษาถึงประโยชน์ที่ได้รับ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และคิดวิเคราะห์ตกผลึกเป็นข้อมูลที่   ยึดโยงหลักวิชาการภายใต้สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือ “เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติไทย” ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง “สุขภาพของประชาชน” , “ระบบนิเวศทางธรรมชาติ” , “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม” หรือจะเป็นเรื่อง  “ระบบการศึกษา”   รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐทุกฝ่ายต่างร่วมบูรณาการกันจนเกิดเป็น โครงการฯ จะนะ ขึ้น แต่…กลับถูกกลุ่มคนบางคนออกมาใช้เวลาน้อยนิดออกมาตีไข่สร้างข่าวขย้ำทำลาย “ความสุข ความเจริญ”  ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งไม่ต่างกับการทำลาย “อนาคต” ของเยาวชนใน อ.จะนะ และยังเป็นบ่อนทำลายความสุขความเจริญของประเทศชาติไทยอีกด้วย

              ซึ่งจะว่าไปแล้ว โครงการฯ จะนะ   นอกจาก  จะเป็นการขยายระบบโลจิสติกส์ในระดับประเทศ  ยังเป็นการยกระดับประเทศไทยไปสู่ความยิ่งใหญ่ต่อไป      ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย   โดยรัฐบาลได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนด้วยแนวความคิดการขยายเพื่อยกระดับ “บริการด้านสาธารณสุข” ให้กับประชาชนโซนภาคใต้ตอนล่าง และพื้นที่ใกล้เคียง  ด้วยการพัฒนา โรงพยาบาลจะนะ ให้เป็น ศูนย์กลางด้านสาธารณสุข  มีการเพิ่มขีดความสามารถขยายสาขาการให้บริการรักษาโรคต่างๆ  และครบครันไปด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์  ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและสามารถรองรับต่อการรักษาโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี  และในอนาคต ศูนย์กลางสุขภาพที่ อ.จะนะ แห่งนี้ อาจเป็น “ที่หนึ่งด้านการสาธารณสุขของเอเชีย” ก็เป็นได้.แต่ในเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้   กลับถูกกลุ่มคนเล็กๆ นำเรื่องโน่นนี่มาผสมโจมตีต่อต้าน ซึ่งล่าสุดมีการนำประเด็นเรื่อง การศึกษา “โรงเรียนสอนศาสนา” ขึ้นมาเรียกร้องต่อต้านโดยยื่นต่อ คณะกรรมาธิการฯ  ซึ่งสิ่งนี้   ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและเป็นการกระทำที่โหดร้ายกับประเทศชาติไทยอย่างมาก   เพราะ “ไทย” ถือได้ว่า    เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่า “เป็นประเทศสังคมพหุวัฒนธรรม” ไม่ว่าจะศาสนาใด เชื้อชาติใด หรือมาจากประเทศไหน เมื่อเข้ามาอยู่เมืองไทยแล้ว “สบายใจ” ประเทศไทยของเราต่างอยู่ด้วยกันอย่าง “พี่น้อง” ทุกคน ทุกเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้อย่าง “สันติสุข”  ยิ่งในเรื่อง “การศึกษา” ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาของภาครัฐ หรือเอกชน หรือโรงเรียนสอนศาสนา รัฐบาลต่างเน้นย้ำและให้ความสำคัญพร้อมให้การดูแลสนับสนุนตามหลักที่ถูกต้องอย่างเต็มที่  และในแนวคิดของการพัฒนาตาม โครงการฯ จะนะ นี้ การศึกษาของโรงเรียนต่างๆ รวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ทั้งในพื้นที่ อ.จะนะ หรือในพื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆ  ย่อมได้รับยกระดับพัฒนา “ระบบการศึกษา” เพื่อสร้างเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้หลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งการเพิ่มสาขาการเรียนการสอนเฉพาะทางเพื่อให้สอดคล้องรองรับกับการได้เข้าทำงานใน นิคมอุตสาหกรรมฯ จะนะ ซึ่งแน่นอนว่า เด็กๆ เยาวชน “อนาคตของชาติ” เมื่อเรียนจบย่อม “มีงานทำแน่นอน” ไม่ต้องตกงาน ไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน หรือ เร่ ออกไปหางานทำในพื้นที่อื่น ซึ่งสิ่งนี้คือความสวยงามที่ “เยาวชนจะนะ” จะได้ใช้ความรู้มาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง  เช่นนี้แล้ว… สังคมน่าฉุกคิดว่า “การพัฒนา” กับ “การต่อต้านทำลาย” สิ่งไหนที่ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง  เราจะอยู่แบบไร้ “การพัฒนา” ต่อไปอีกหรือ ในเมื่อพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ  ประเทศเพื่อนบ้าน เค้าได้พัฒนาพื้นที่จนเจริญรุดหน้าเราไปไกลแล้ว… “การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี” คือ คำตอบที่ดี ที่คุณจะคิดได้ว่า  “เราควรพัฒนาให้ทันโลก หรือ จะอยู่เฉกเช่นนี้…”   ดังนั้น  ในหลากหลายการกระทำของกลุ่มต่อต้าน โครงการฯ จะนะ จึงถูกตั้งคำถามว่า “กำลังหลอกตัวเอง” ด้วยการ “หันหลังให้กับการพัฒนาหรือไม่”  ซึ่งนั่นย่อมไม่ต่างกับการมองข้ามและเป็นการไม่ยอมรับ  “โลกแห่งความเป็นจริง”…

*************************************

 561 total views,  3 views today